|
|
|
|
|
♦ รู้จักแผนที่ฟ้า
|
|
ก่อนอื่นเลยนะครับ เราต้องมาทำความรู้จักแผนที่ฟ้า (แผนที่ดาว) กันก่อน ..
แผนที่ฟ้านี้มีอยู่ 2 ด้านด้วยกันคือ แผนที่ฟ้าด้านขั้วฟ้าเหนือ และ แผนที่ฟ้าด้านขั้วฟ้าใต้ดังรูป เวลาหันหน้าเข้าทิศเหนือให้ใช้แผนที่ฟ้าด้านขั้วฟ้าเหนือ และในทางตรงกันข้ามเมื่อหันหน้าไปทางทิศใต้ให้ใช้แผนที่ฟ้าด้านขั้วฟ้าใต้ โดยวิธีสังเกตความต่างนั้นให้สังเกตจากภาพที่เหมือนหน้ายิ้ม สำหรับแผนที่ฟ้าขั้วเหนือ และเหมือนหน้าบึ้งทางแผนที่ฟ้าขั้วใต้
|
|

|

|
|
| ♦ ทิศของแผนที่ฟ้า |
|
และเมื่อสังเกตแผนที่ฟ้าด้านขั้วฟ้าเหนือ แผนที่ฟ้าจะมีทิศต่าง ๆ ระบุให้ 4 ทิศ เช่นเดียวกับขั้วฟ้าใต้ โดยทิศเหนือ จะอยู่ด้านล่างของหมุดตรงกลาง ทิศตะวันออกอยู่ด้านขวา ส่วนทิศตะวันตกจะอยู่ด้านซ้าย และทิศใต้จะอยู่ด้านบน
ท่านผู้ใช้แผนที่บางท่านอาจมองด้านบนแล้วบอกว่า แผนที่นี้เป็นขั้วฟ้าใต้ได้ ซึ่งไม่ถูกต้อง จะต้องระบุด้านของแผนที่ฟ้าจากด้านบนขวาของแผนที่เท่านั้น
|
|

|
|
| ♦ องศาของแผนที่ฟ้า |
|
แผนที่ฟ้านี้จะมีองศาของทิศบอกด้วยเช่นกัน โดยทิศเหนือซึ่งเท่ากับ 0 องศาจะมีเลขศูนย์อยู่ด้านบน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะมีเลข 45 องศาวางอยู่ด้านบนเช่นกัน ทิศตะวันออก 90 ทิศตะวันตก 270 องศา และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 315 องศา ในมุมองศาต่าง ๆ จะมีเส้น grid ซึ่งบ่งบอกถึงมุมในแนวราบที่ลากขึ้นไปบรรจบกันที่จุดจอมฟ้า และมีเส้น grid ซึ่งบอกถึงความสูงของขอบฟ้า 15, 30, 45, 60, 75 องศา
|
|
Note
ที่มาของการเรียกใช้ จุดจอมฟ้าคือ เป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้เป็นบิดาด้านดาราศาสตร์ของไทย จุดนี้มีความสูงจากขอบฟ้า 90 องศา และเป็นจุดสูงสุดของท้องฟ้าจากตัวเรา |
|
| ♦ จุดจอมฟ้าและการสถาปนาจุดจอมฟ้า |
|
วิธีสถาปนาจุดจอมฟ้านั้นทำได้โดยการยืนท่าตรงกางแขนออกทั้งสองข้างในแนวราบพร้อมแบมือขึ้น หลังจากนั้นให้ขยับแขนทั้งสองข้างขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยให้นิ้วกลางของทั้ง 2 มือประสานกันกลางกระหม่อม(ทำท่าเหมือนยิงปืนขึ้นท้องฟ้าแต่ใช้นิ้วกลางแตะกัน)โดยให้แขนทั้งสองข้างแนบหูไว้พร้อมรักษาหน้าของเราไม่ให้ก้มหรือเงย หลังจากนั้นให้ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผ่านแนวนิ้วกลางที่ประสานกัน จุดนั้นคือจุดจอมฟ้า
|
|
|



|
Note ภาพน้องๆ นักเรียน ระดับชั้น ป. 4 - ป. 5 และ คณะครู โรงเรียนวัดโคกท่าเจริญ อ.พานทอง จ. ชลบุรี
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551
|
|
|
♦ แมกนิจูด (Magnitude) ความสว่างของดวงดาว
|
|

|
|
|
สิ่งถัดไปที่ต้องมาทำความรู้จักคือสัญลักษณ์ ความสว่างของดวงดาว ซึ่งมีหน่วยเป็น แมกนิจูดMagnitude โดยวัดจากดาวดวงที่สว่างที่สุดในท้องฟ้าเทียบกับดาวดวงที่จางที่สุดเท่าที่สายตาคนเราจะมองเห็นได้ เป็น 5ขั้นMagnitude 1 จะสว่างกว่า Magnitude 2 อยู่ที่ 2.5 เท่า และMagnitude 2 จะสว่างกว่า Magnitude 3 อยู่ 2.5 เท่า นั่นคือดาวที่มีความสว่าง Magnitude 1 จะสว่างกว่าดาว Magnitude 6 อยู่ที่ประมาณ 100 เท่า
|
|
Note ดาวซิริอุสซึ่งเป็นดาวฤกษ์นอกระบบสุริยจักรวาลที่มีความสว่างมากที่สุดมีค่าความสว่าง Magnitude= -1.4 ส่วนดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์มีค่าความสว่างอยู่ที่ -12.6 และ -26.8 ตามลำดับ
|
|
| ♦ เวลา วันที่ และเดือน |
|
เมื่อสังเกตที่แผ่น สีน้ำเงิน โดยรอบวงของแผนที่นั้นจะมีเวลาบอก โดยด้านบนสุดคือ 12 น. และด้านล่างสุดคือ 24 น. ในขณะที่แผ่นสีขาวจะมีวงของวันที่และเดือนบ่งบอกอยู่ดังรูป
|
|
|
|
| ♦ เส้นศูนย์สูตรฟ้า |
|
แผนที่ฟ้าจะมีเส้นศูนย์สูตรฟ้า ซึ่งเปรียบท้องฟ้าเหมือนผลส้ม เส้นศูนย์สูตรฟ้านี้เหมือนการผ่าซีกผลส้มตามแนวขวางให้ได้ 2 ซีกเท่ากัน เช่นเดียวกันกับเส้นศูนย์สูตรโลก
|
|

|
Note เส้นศูนย์สูตรฟ้าจะเป็นเส้นที่เชื่อมจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกเสมอ |
|
| ♦ ดาวเหนืออยู่ที่ไหน |
| คำถามยอด ฮิต ดาวเหนืออยู่ตรงไหนของแผนที่ ขอให้ท่านลองหาดูจากรูปต่อไปนี้ก่อนนะครับ ผมให้เวลาทั้งหมด 5 นาที ถ้าท่านยังหาไม่เจอ ค่อยอ่านคำเฉลยที่อยู่ข้างล่างของภาพนะครับ |
|

|
|
..เฉลยครับ มันอยู่ตรงหมุดสีเงิน ซึ่งยึดแผนที่ในส่วนที่เป็นกรอบสีน้ำเงินไว้กับแผนวงกลมสีขาวครับ
|
Note แผนที่ฟ้าสมาคมดาราศาสตร์ไทยสามารถใช้ได้ทั่วโลกทุกประเทศที่อยู่ Latitude 15 องศา เหนือ เช่น ประเทศ อินเดีย, พม่า, ลาว, เวียดนาม, Mexico ฯลฯ |
|
| ♦ สามเหลี่ยมหน้าหนาว (Winter Triangle) |
| เมือเห็นดาวทั้งสามทำมุมกันเป็นสามเหลี่ยม อันได้แก่ ดาวซิริอุส บีเทลจุส และดาวโพรซีออน เราเรียกว่าสามเหลี่ยมหน้าหนาวซึ่งแสดงว่าช่วงนี้เป็น ฤดูหนาว |
|

|
|
| ♦ สามเหลี่ยมหน้าร้อน (Summer Triangle) |
| เมื่อเห็นดาวทั้งสามทำมุมกันเป็นสามเหลี่ยม อันได้แก่ ดาวตานกอินทรี ดาววีกา และดาวหางหงส์ เราเรียกว่าสามเหลี่ยมหน้าร้อนซึ่งแสดงว่าช่วงนี้เป็น ฤดูร้อน |
|

|
|
| ♦ เส้นช่วยจำกลุ่มดาว |
| ตัวอย่างคือ ปลายกระบวยตักน้ำ หรือกลุ่มดาว จระเข้ (หมีใหญ่) จะชี้ไปยังดาวเหนือ แต่ถ้ามองย้อนไปในทิศตรงข้ามจะไปชนกับกลุ่มดาวสิงโต ยิ่งไปกว่านั้น ปลายหาจระเข้จะไปชนกับดาวดวงแก้ว และเลยไปอีกจะเป็นดาวรวงข้าว |
|

|
|
| ♦ เส้นรวิมรรค |
| เส้นรวิมรรคจะมีลักษณะเป็นเส้นประไข่ปลา มีวันที่และเดือนบอกกำกับไว้ เส้นนี้ใช้สำหรับบอกเส้นทางการเดินของดวงอาทิตย์ ซึ่งดวงอาทิตย์จะเคลื่อนตามจุดวันต่าง ๆ และ สามารถบอกเวลาขึ้นตกของดวงอาทิตย์ได้ด้วย |
|

|
|
| ♦ การบอกเวลาขึ้นตกด้วยเส้นรวิมรรค |
| ยกตัวอย่างว่าจะดูพระอาทิตย์ขึ้นในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ให้เลื่อนจุดบนเส้นรวิมรรควิถีในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ไปวางยังขอบฟ้าทิศตะวันออก ซึ่งเมื่อเราดูเวลาที่ตรงกับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ (จากวันที่ข้างนอก) ว่าตรงกับเวลาอะไร ซึ่งตรงกับเวลา 6:12 น. |
|

|
|
ส่วนการดูพระอาทิตย์ตกให้ทำเช่นเดียวกันกับพระอาทิตย์ขึ้น แต่ในทางทิศตะวันตก จะได้เวลาพระอาทิตย์ตกที่ตอน 17:45 น.
|
|

|
|
| ♦ วิธีการใช้แผนที่ฟ้า |
ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. เลือก เวลา วันที่ และเดือนที่จะใช้สำหรับการดูดาว
2.เลื่อนวันที่และเดือน ให้ตรงกับเวลาที่ต้องการ
3.ทาบแผนที่เข้ากับทิศที่จะดู เช่น ทิศเหนือ หรือทิศใต้ โดยใช้แผนที่ขั้วฟ้านั้น ๆ ในการมอง เช่น มองกลุ่มดาว ในซีกฟ้าเหนือ ให้ดูแผนที่ในด้าน ที่เขียนว่าขั้วฟ้าเหนือ แล้วทำการทาบเข้ากับท้องฟ้าจริง ไม่ควรวางแผนที่กับพื้น หรือโต๊ะ แล้วก้ม ๆ เงย ๆ ดู |
เท่านี้แหละครับ ขั้นตอนการใช้แผนที่ฟ้า สมาคมดาราศาสตร์ไทย แต่เท่านี้ยังไม่พอครับ เปิดแผนที่เป็นแล้วต้องวัดมุมจริงให้เป็นด้วยครับ |
|
♦ วิธีการวัดมุมบนท้องฟ้า
ทำได้โดยให้ท่านยืดแขนออกไปข้างหน้าให้สุด พร้อมกับทำท่าทางต่อไปนี้ |
| 1 องศา |

|
| 5 องศา |

|
| 10 องศา |

|
| 15 องศา |

|
15 องศา
ที่เกร็งมือมากไป
ไม่ถูกต้อง |

|
|
15 องศา
ที่ห่อมือ
มากไป
ไม่ถูกต้อง |

|
| 22.5 องศา |

|
Note การวัดมุมนี้สามารถใช้ได้ทั้งแนวดิ่งและแนวราบ รวมถึงสามารถวัดมุมระหว่างดาว 2 ดวงได้เช่นเดียวกัน |
|
► ทำการวัดมุมจากท้องฟ้าจริง ด้วยการเหยียดแขนออกไปสุดแล้วทำมือในท่ามุมต่าง ๆ เพื่อวัดมุมเหล่านั้น ตัวอย่างจากภาพคือมุม 15 องศา ให้เล็งแนวสายตา ผ่านนิ้วก้อย จากขอบฟ้า แล้วเล็งผ่านนิ้วชี้ ดาวที่ปรากฏอยู่ในระดับนี้จะอยู่สูงจากขอบฟ้า 15 องศาทั้งหมด
|
|

|
|