ผลิตภัณฑ์ของเรา
กล้องจุลทรรศน์และอุปกรณ์เสริม
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 3
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 164
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,123,229
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
 จุดเริ่มต้นของเรากับกล้องดูดาว

จุดเริ่มต้นของเรากับกล้องดูดาว



♦ เมื่อตอนผมยังเป็นเด็ก ผมเป็นเด็กคนหนึ่งซึ่งชอบดูดาว และชอบหนังเกี่ยวกับอวกาศเอามากซะด้วย มันเป็นความประทับใจที่ได้มองไปยังท้องฟ้าที่มืดสนิท และ เต็มไปด้วยดวงดาวแสงระยิบระยับ อยู่บนท้องฟ้า เวลาว่างผมเองชอบชวนคุณ พ่อไปดูดาว ที่ท้องฟ้าจำลองบ่อย ๆ มันเป็นความประทับใจทุกครั้งที่ได้เห็นดาวเป็นหมื่น ๆ ดวง ในโดมเล็ก ๆ แห่งนั้น ถึงแม้ว่าคุณพ่อผมจะเข้าไปหลับในนั้นก็ตาม ผมฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่มันก็เป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่ใช่น้อย สำหรับเด็กคนหนึ่ง


♦ แล้วครั้งหนึ่ง เมื่อ ปี 2529 การมาเยือนของดาวหาง ฮัลเลย์ โคจรเข้ามาใกล้โลก เป็นปรากฎการณ์ซึ่ง ในเวลานั้นเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ เพราะกว่ามันจะย้อนกลับมาใกล้โลกเราอีกครั้ง จะใช้ระยะเวลาประมาณ 75 ปี ถึงเวลานั้น ผมคงแก่จนดูดาวไม่รู้เรื่องไปแล้ว


ภาพดาวหาง ฮัลเลย์ กล้องดูดาว

                                                                          ดาวหาง ฮัลเลย์ 



มีอยู่คืนนึงซึ่งทางกลุ่มของสมาคมดาราศาสตร์ไทยในสมัยนั้น ได้นำทีมไปตั้งกล้องดูดาวบนตึก ชั้นดาดฟ้า ของ โรงเรียน สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ข้างล่าง มีนิทรรศการ จัดอยู่หลายมุม บางมุมมีการบรรยาย บางมุมมีการขายของที่ระลึก แต่ไม่มีมุมไหนน่าสนใจไปกว่าการส่องกล้องดูดาวเพื่อมองภาพดาวหางฮัลเลย์ด้วยตาของตนเอง แต่แล้ว คืนนั้นโชคไม่ดี ผมรอให้ท้องฟ้าเปิดอยู่นาน กว่าเที่ยงคืนแล้วฟ้าก็ยังไม่เปิด สำหรับเด็กอายุ 6 ขวบ มันเป็นเวลาอันสมควรแก่การนอนแล้ว ซึ่งทำให้ที่สุดคุณพ่อผมตัดสินใจว่าจะพาผมกลับบ้าน..แล้วคืนนั้น ก็ทำให้ผมพลาดปรากฏการณ์ที่สำคัญ และฝังในใจของผมตลอดมา ผมมักจะนึกกับตัวเองว่า ถ้าผมมีกล้องดูดาว ผมคงสามารถส่องดู เมื่อไหร่ก็ได้ ตามที่ผมอยากจะดู ไม่ต้องรอเข้าคิวเพื่อที่จะเห็นปรากฏการณ์สำคัญ สำคัญ อีกต่อไป..



ภาพถ่าย ดาวพฤหัส กล้องดูดาว


♦ 4 ปี ถัดจากนั้นมา พอ ผม อยู่ชั้น ป. 6 ทางโรงเรียน ก็ได้จัดกิจกรรมดูดาวให้กับนักเรียนในชั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เร่งความรู้สึกกระตือรือร้นในตัวของผมเป็นอย่างมาก ว่าผมจะต้องดูดาวให้ได้ แล้วผมก็ได้ดูดาวอย่างสมใจหวัง ทั้งดาว พฤหัส และดาวเสาร์ ตอนนั้นกล้องที่ใช้เป็นกล้องหักเหแสงขนาด 80 มม. ที่ตั้งอยู่บนขาตั้งแบบ อัลตาซิมุธ (Altazimuth) ผมยืนเก้ เก้ กัง กัง อยู่พักใหญ่ก่อนจะขออาจารย์ที่คุมกิจกรรม ในการลองใช้กล้องดูดาว ทั้งอาจารย์และวิทยากร ต่างสอนและให้คำแนะนำเป็นอย่างดี และแล้ว มันง่ายกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ วิทยากรบอกให้ผมปรับมุม ก้ม มุมเงย และ มุมแนวราบ เพื่อให้เห็นดาวพฤหัส ผมก็ลองปรับดู ให้มันอยู่ตรงกลางตลอดเวลา มันง่ายแก่การใช้งานจริง ๆ

     

♦ จากความสนุก และสนใจการศึกษาดาราศาสตร์ในครั้งนั้นผมจึงเริ่มคิดแล้วว่า “กล้องดูดาวใช้ง่ายอย่างนี้ ก็น่าจะซื้อไว้ซักตัวแล้วกัน” ความจริงที่ปวดร้าวเริ่มคลืบคลานเข้ามา กล้องตัวนั้นมีมูลค่ากว่า 18,000 บาท ซึ่งถือว่ามีราคาสูงมากทีเดียวในสมัยนั้น กล้องตัวนั้นเป็นกล้องแบบหักเหแสงที่แก้ความคลาดของสีได้ 2 ช่วงเท่านั้น (Achromatic) และหน้ากล้องก็เล็กด้วย ซึ่งทำให้การมองเห็นภาพนั้น ได้กำลังขยายไม่มากเอาสักเท่าไหร่ ถ้ายิ่งขยายภาพมาก ภาพก็จะมืด ส่วนภาพที่เห็น ส่วนใหญ่จะเกิดสีรุ้ง เล็ก ๆ ที่ขอบภาพ และเมื่อพิจารณาดูกล้องขนาดใหญ่ ขึ้นมาอีกระดับ มีหน้ากล้องใหญ่ถึง 4 นิ้ว พร้อมขาตั้งแบบอีเควตอเรียล (Equatorial) ปรากฎว่า ราคาสูงถึง 3 หมื่น กว่าบาท ยิ่งไปกว่านั้น ขาตั้งกล้องแบบ อีเควตอเรียล สำหรับเด็ก เป็นสิ่งที่ใช้งานได้ยากมาก มีทั้งเฟือง กลไก ที่ซับซ้อน จึงทำให้โครงการที่จะซื้อกล้องนั้นล้มเลิกไปอย่างไม่มีกำหนด

กล้องดูดาว หักเหแสง อิเควตอเรียล
  


.....ความฝันทั้งหลายของการมีกล้องดูดาวจึงเลือนหายไปเป็นระยะเวลานานหลายปี
แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังคงติดตามราคาของกล้องดูดาว
และศึกษาดาราศาสตร์อย่างต่อเนื่องตลอดมา.....

 

♦ ..และวันที่ฟ้าใสก็มาถึง หลังจากผมทำงานได้ระยะนึง ผมเริ่มศึกษาถึงองค์ประกอบ ชนิด คุณภาพ และราคาอย่างลึกซึ้งขึ้น หลังจากผมเก็บเงินได้ระยะหนึ่งผมได้ซื้อกล้องมาตัภาพถ่าย เนบิวล่าสว่างใหญ่ กล้องดูดาว Konus Sky 200วนึง ของ Hardin Optical (เพื่อนผมแซวว่าคนที่ทำกล้องขายเนี่ย ต้องอารมณ์ดีแน่ เลย เอาแต่ ฮา ดิ้นไปดิ้นมาทั้งที่จริง ๆ มันไม่เห็นจะเกี่ยวกันตรงไหนเลย) รุ่น Star Hoc 8” ขาตั้งกล้องแบบ อีเควตอเรียลเป็นกล้องตัวแรกในชีวิตของผม กล้องขนาดหน้ากล้อง 8 นิ้ว พร้อมด้วยกรวยแสงที่สั้นมาก เพียง F/4 ทำให้ผมส่องเห็นเนบิวล่าสว่างใหญ่ ในกลุ่มดาวนายพรานได้อย่างชัดเจน จากที่เคยใช้กล้องหักเหแสงขนาดเล็ก เคยส่องภาพจากกล้องประเภท Schimdt-Cassegrain ขนาด 8 นิ้ว จนถึง 14 นิ้ว....ผมตัดสินใจเลือกกล้องตัวนี้ ไม่ผิดหวังครับ ทำให้ภาพเนบิวล่าสว่างใหญ่ที่เคยเห็นเพียงฝ้ากลม ๆ จาง ๆ กลายเป็นภาพคล้ายดอกไม้สีเทาขนาดใหญ่ กล้องตัวนี้ดีทุกอย่าง ยกเว้นอย่างเดียวคือ ขาตั้งกล้อง เนื่องจากผมเป็นคนไม่ชอบ อะไรจุกจิกวุ่นวาย การตั้งขาตั้งกล้อง แบบ อีเคภาพถ่าย เนบิวล่าสว่างใหญ่ กล้องดูดาว Konus Sky 200วตอเรียล จะต้องใช้เวลาตั้งประมาณ 30 นาที มีขั้นตอนตั้งแต่ ตั้งขา ประกอบลุกตุ้ม หาจุดสมดุลย์ของกล้อง โดยปรับระยะลูกตุ้มให้เหมาะสม และสุดท้ายก็คือใช้กล้องเล็งหาดาวเหนือ ตอน 30 นาทีแรกเนี้ย เรายังไม่เห็นอะไรหรอกครับ แต่พอหลังจากเราปรับกล้อง ไป ๆ มา ๆ พักใหญ่ ดูดาวบนท้องฟ้าให้อิ่มตาแล้ว ถึงเวลาเก็บ เหล่าเพื่อน ๆ ที่คอยอยู่เป็นกำลังใจก็ต่างหายหน้าหายตา (กว่าจะเลิกดูก็ตอนประมาณ ตี 3 ได้) เหลือให้เราเก็บกล้อง ตอนตี 3 คนเดียว



กล้องดูดาว Konus Motormax 90 ผู้เริ่มต้น ประสิทธิภาพสูง 

♦ ในปัจจุบันกล้องที่สามารถเริ่มใช้งานอย่างง่าย ไม่ยุ่งยากแต่หลักการออกแบบเดียวกันกับขาตั้งกล้องนี้ได้มาสู่เมืองไทยแล้ว ทางผมได้เป็นตัวแทนแต่งตั้งจาก Konus ประเทศ Italy ในวันที่ 9 พฤษจิกายน 2549 ซึ่งทำให้ผมเห็นว่าความเหมาะสมสำหรับการศึกษาดาราศาสตร์นั้นควรเริ่มต้นจากการใช้ อุปกรณ์ซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับนักดาราศาสตร์ทั่วโลกใช้กันอยู่ นั่นก็คือ ขาตั้งกล้องแบบ equatorial 1 (EQ 1)ซึ่งมีขนาดเล็กมาก ยกไปมาได้สะดวกมาก ไม่มีกลไกที่วุ่นวาย ยิ่งไปกว่านั้นเรายังได้นำเสนอกล้องซึ่งมีประสิทธิภาพสูง อีก 2 รุ่น ในราคาไม่ถึง 2 หมื่นบาท นั่นก็คือกล้อง Konus Motor Max 90 และ กล้อง Konus Motor 130 โดยกล้องทั้งสอง นี้เหมาะแก่การใช้ส่องดาวเคราะห์และเนบิวล่า ตามลำดับ โดยในเซ็ตของกล้องดูดาวจะมีขาตั้งกล้องแบบ EQ 1 ซึ่งสามารถเซตขึ้นมาได้ภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อท่านได้ใช้ขาตั้งกล้องนี้จนชำนาญแล้ว ในอนาคตท่านสามารถขยับขึ้นไปใช้ขาตั้งกล้อง รวมถึงกล้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ได้โดยไม่ต้องมาศึกษารายละเอียดใหม่ 


♦ ประสิทธิภาพกับราคาของกล้องในเมืองไทยมักไม่ไปด้วยกัน เช่น คุณสามารถเลือกกล้องขนาดเล็ก ที่ราคาไม่กี่พันบาท แต่ประสิทธิภาพที่เขียน ไว้ข้างกล้องว่าสามารถใช้กำลังขยายได้ 2-300 เท่า ซึ่งความเป็นจริงคือ ต่อให้สามารถใช้กำลังขยายขนาดนั้นได้ ภาพที่เห็นก็คงไม่เห็นเป็นดาวอย่างที่ควรจะเป็น หรือ ถ้าซื้อกล้องขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกระดับ ก็ต้องทุ่มงบไปเลย ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท หากแต่ว่าถ้าต้องการใช้เงินไม่ถึง 3 หมื่นบาท เริ่มต้น ที่ 1 หมื่นกว่า ๆ สามารถให้  ประสิทธิภาพ การมองได้ใกล้เคียงกับกล้องราคา 3 หมื่น บาท หรือเลือกกล้องของเราที่ราคา 3 หมื่นกว่า ๆ แต่ความสามารถเหนือคำบรรยายยิ่ง ๆ ขึ้นไป

 
 
♦ ..จากวันนั้น ถึงวันนี้ ผมเลยอยากให้คนไทยได้ใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพระดับโลก และราคาย่อมเยา มันถึงเวลาแล้วครับที่เราจะเปลี่ยนทัศนะคติ ว่า “กล้องดูดาว ราคา แพง ใช้งานยุ่งยาก” วันนี้ ผมได้นำเสนอกล้องดูดาวในมุมตรงกันข้ามกับเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เรานำเสนอ กล้องดูดาวราคาย่อมเยา ใช้งานสะดวก พร้อมด้วยอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ให้เลือกใช้เพื่อการศึกษาอีกมากมาย จากจุดนี้เราจึงมีความมุ่งมั่นเพื่อประสบการณ์อันพิเศษของคุณที่ไม่รู้ลืม..

 




"สัมผัสจักรวาลด้วยประสบการณ์สากล"
"Touch the Universe by World Class Experience." 




 • ประวัติส่วนตัว 

ร้าน ขาย กล้องดูดาว















 เชิดพงศ์ วิสารทานนท์ (ต้น)


การศึกษา


2546  
วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมโยธาโครงสร้าง), คณะวิศวกรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2543   วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา), คณะวิศวกรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 
ผลงานด้านดาราศาสตร์

2551  
ได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมดาราศาสตร์ไทย สมัยที่ 3 ตำแหน่ง บรรณารักษ์
2550   เป็นคณะกรรมการสอบคัดเลือกนักเรียนแข่งขันดาราศาสตร์โอลิมปิก (ภาคสนาม)
2549   ได้รับเลือกให้เป็น
คณะกรรมการบริหารสมาคมดาราศาสตร์ไทย สมัยที่ 2 ตำแหน่ง บรรณารักษ์
2548   
เป็นผู้ออกแบบ Time Capsule (กรุเวลา) ให้กับสมาคมดาราศาสตร์ไทยเพื่อใช้ในการบรรจุเอกสารสำคัญของช่วการ        เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในประเทศไทย 2538
2547   ได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมดาราศาสตร์ไทย สมัยที่ 1 ตำแหน่ง บรรณารักษ์
2544   เป็นผู้ช่วยภาคสนามในงานสังเกตุการณ์
ฝนดาวตก Lionids ที่จัด ณ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
2538   เป็นผู้ช่วยในทีมงานของสมาคมดาราศาสตร์ไทย รับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ ในงานสังเกตุการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในประเทศไทย 2538 ที่ NIDA อ.สีคิ้ว จ. นครราชสีมา

  

 






 

 

Copyright © 2011 by Classico World Co., Ltd.
Engine by MAKEWEBEASY