ผลิตภัณฑ์ของเรา
กล้องจุลทรรศน์และอุปกรณ์เสริม
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 5
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 344
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,317,228
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
 คำถามถามบ่อย (FAQ)



คำถามถามบ่อย (FAQ)
 

♦ บริษัท Konus เป็นใครมาจากไหน?

♦ กล้องดูดาวของ Konus ผลิตที่ไหน และคุณภาพกล้องเป็นอย่างไร?

♦ การขนส่งกล้องที่ยาวไกลจนกว่าจะถึงมือผู้ใช้จะทำให้กล้องเสื่อมสภาพหรือไม่?

♦ ทำไมราคากล้องดูดาวจึงแพงจัง?

♦ กล้องดูดาวของ Konus ดีกว่ากล้องราคาถูกอย่างไร?

♦ ทำไมกล้องดูดาว Konus มีกำลังขยายน้อยกว่ากล้องราคา 2-3 พันบาท?

♦ การรับประกันกล้องดูดาวของ Konus เป็นอย่างไร?

♦ วิธีการดูแลกล้องดูดาวที่ถูกต้องเป็นอย่างไร?

♦ กำลังขยายสูงสุดของกล้องดูดาวเป็นเท่าไร?

♦ สามารถสั่งซื้อกล้องได้อย่างไร?

♦ อยากจะไปดูกล้องดูดาวตัวอย่าง จะไปดูได้ที่ไหน?

♦ จัดส่งกล้องอย่างไร?

♦ บริษัท คลาสสิโคเวิล์ด มีบริการหลังการขายอย่างไรบ้าง?

♦ อยากเอาภาพดาวที่ถ่ายไว้เองขึ้นเวปของ Classico World บ้าง ต้องทำอย่างไร?


 


   บริษัท Konus เป็นใครมาจากไหน?

 บริษัท Konus เป็นหนึ่งใน บริษัทไม่กี่บริษัทของโลกซึ่งผลิตกล้องดูดาวคุณภาพสูงในระดับ comercial grade บริษัท โคนุส ก่อตั้งมาแล้วกว่า 26 ปี (ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1979 ที่เมือง Verona ประเทศ Italy) บริษัทนี้ส่งกล้องดูดาวไปขายตามที่ต่าง ๆ และมีสาขาอยู่ทั่วโลก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันที่แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ของ โคนุส เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ท่านสามารถเข้าไปเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของทาง KONUS ได้ที่นี่ โดยถ้าท่านสนใจผลิตภัณฑ์ตัวใดของทาง Konus (ขอย้ำครับว่าอะไรที่ Konus ขาย เช่น นาฬิกา เข็มทิศ กล้อง rifle ฯลฯ เราขายหมด) เป็นพิเศษ ท่านสามารถติดต่อ คุณ พรพรรณ 081-316-4909 เพื่อให้ทางเราเสนอราคาพิเศษไปให้ท่าน

 


  กล้องดูดาวของ Konus ผลิตที่ไหน และคุณภาพกล้องเป็นอย่างไร?

 กล้องดูดาวของโคนุส ผลิตในประเทศจีน เช่นเดียวกับกล้องดูดาว ระดับ comercial grade ที่ขายในเมืองไทยและทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตามกล้องดูดาวของโคนุสแตกต่างจากกล้องราคาถูกซึ่งผลิตจากประเทศจีนอย่างเห็นได้ชัดเจน จากการควบคุมคุณภาพ ซึ่งทีม optician ของโคนุส (อิตาลี) เป็นผู้ควบคุมคุณภาพของเลนส์ และกระจก ของกล้องทุกตัวก่อนส่งถึงมือคุณ ดังนั้น คุณจะมั่นใจในผลิตภัณฑ์ และไม่ถูกหลอกขายกล้องดูดาวที่ตก spec ที่ลดทอนคุณภาพการดูดาวของคุณเหมือนกล้องราคาถูกทั่วไป

 


  การขนส่งกล้องที่ยาวไกลจนกว่าจะถึงมือผู้ใช้จะทำให้กล้องเสื่อมสภาพหรือไม่?

กล้องดูดาวของ Konus เดินทางมากว่าครึ่งโลก โดยผลิตจากประเทศ จีน ไปทำการควบคุมคุณภาพที่ประเทศ อิตาลี แล้วจึงเดินทางมาเมืองไทยโดยทางอากาศ ตั้งแต่เราขายกล้องดูดาวของ โคนุส มาเราไม่เคยพบความเสียหายจากการจัดส่งเลย ซึ่งความเป็นจริงนั้นจุดเริ่มต้นของการป้องกันการเสียหายและการเสื่อมคุณภาพ เริ่มต้นจากการออกแบบ package ที่ดีเยี่ยมของ โคนุส ท่านจะสังเกตุได้ว่ากล้องทุกตัวที่จัดส่งไปถึงมือท่านจะถูก pack มาจนแน่น แทบไม่เหลือช่องว่างให้เกิดการเคลื่อนที่ให้เกิดกระแทกทำให้กล้องดูดาวเกิดความเสียหาย นี่เป็นจุดแตกต่างระหว่างกล้องของเรากับกล้องราคาถูกซึ่งต้องการลต้นทุน ขนส่งมาทีละมาก ๆ ขาดการใส่ใจในการขนส่งอย่างชัดเจน

 


  ทำไมราคากล้องดูดาวจึงแพงจัง?

• กล้องดูดาวเริ่มต้นจากการฝนเลนส์ ซึ่งต้องใช้กระจก (คล้ายกับกระจกที่ติดตามบ้านและอาคารทั่วไป)รูปทรงกลม 2 ชิ้น ที่มีความหนาประมาณ เกือบ 1 นิ้ว เนื้อแก้วที่ใช้ทำกระจกนี้แตกต่างกับแก้วที่ทำกระจกตามอาคารเป็นอย่างมากเพราะต้องใช้เนื้อแก้วที่มีค่า thermal expansion ที่ต่ำ (แก้วที่เสถียรต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ)เพราะอุณหภูมิของห้องซึ่งเก็บกล้องดูดาวก่อนใช้งานกับอากาศภายนอกที่ใช้งานแตกต่างกันประมาณ 10 องศา (กล้องดูดาวถูกเก็บในห้องแอร์ อุณหภูมิ 25 องศา แล้วเอาออกมาดูข้างนอก อุณหภูมิ 35 องศา) จะทำให้แก้วซึ่งไม่ได้คุณภาพราคาถูก (บางครั้งแอบอ้างว่าเป็นแก้วแต่ที่จริงเป็นพลาสติก) เกิดการบิดตัวอยู่เรื่อย ๆ จนกว่าอุณหภูมิของกล้องดูดาวจะเท่ากับอุณหภูมิใช้งานภายนอก ซึ่งในบางครั้งอาจกินระยะเวลานานกว่า 1 ชม. ภาพที่ได้จากกล้องดูดาวในช่วงระยะเวลาก่อนที่กล้องจะเย็นตัวลงนี้จะเบลอและต้องปรับความคมชัดอยู่เรื่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นการหลอมแก้วซึ่งมีความหนาเกือบ 1 นิ้ว ให้ไม่มีฟองอากาศ และไม่เกิดการแตกเลยนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก หากท่านไม่เชื่อ ท่านลองสังเกตุดูขวดโหลหรือ แจกันแก้วที่มีฐานหนา ๆ นั้น ท่านจะพบว่าแก้วเหล่านั้นจะมีฟองอากาศเล็กๆอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งฟองอากาศนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้เลยในการทำเลนส์ของกล้องดูดาว ดังนั้นท่านจะเห็นว่าเลนส์ของกล้องดูดาวของเรานั้นใสไร้รอยฟองอากาศอย่างแน่นอน 


...การเคลือบเลนส์นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอีกเช่นกันถ้ากล้องดูดาวของท่านเคลือบเลนส์มาไม่ดี จะทำให้ภาพที่ท่านดู เช่นดวงจันทร์จะเกิดการฟุ้งของแสง (พื้นหลังของดวงจันทร์ควรจะดำสนิท ก็จะเกิดแสงฟุ้งทำให้พื้นหลังไม่ดำสนิท)


• ยิ่งไปกว่านั้นการออกแบบและความแม่นยำของเลนส์เป็นเรื่องสำคัญมาก หากท่านคิดว่าจะเอาเลนส์จากศึกษาภัณฑ์มาทำเป็นกล้องดูดาวราคาไม่ถึง พันบาทได้แล้วนั้น ว่าไปแล้วมันก็เรียกว่ากล้องดูดาวได้นะครับ แต่รับประกันเลยครับว่าสีรุ้งกระจาย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหัวข้อความรู้เลนส์ใกล้ตานะครับ) บางครั้งความยาวโฟกัสไม่แน่นอน ยาวบ้าง สั้นบ้าง ซึ่งกล้องดูดาวของ โคนุสได้รับการออกแบบให้สร้างเลนส์ปรับแก้ไว้อย่างดี (achromatic lense) ถ้าการออกแบบไม่ดี ภาพก็จะเกิดสีรุ้งขึ้นอยู่ดี และยิ่งไปกว่านั้น ในกล้องประเภท Maksutov-Cassegrain ที่ถูกออกแบบไว้ดีเยี่ยมจะสามารถแก้ให้สีรุ้งเกิดขึ้นได้น้อยมากจนแทบไม่สามารถสังเกตเห็นได้เลย

 
• ส่วนประกอบอีกอย่างที่สำคัญของกล้องดูดาวคือขาตั้งกล้อง ถ้ากล้องดูดาวของท่านมีคุณภาพเยี่ยมมากแต่ขาตั้งกล้องห่วยมาก มันคงไม่ต่างอะไรกับการนำเอามือยกกล้องแล้วส่องไปที่ดาว จากประสบการณ์ของผมนั้นพบว่า กำลังขยายของกล้องซึ่งไม่ต้องการขาตั้งกล้องที่ดีมากนั้นอยู่ที่ประมาณ 70 เท่า เท่านั้น ถ้ากำลังขยายสูงกว่านั้น เนื่องจากโลกเราหมุนรอบตัวเอง ดวงดาวบนท้องฟ้าจึงไม่อยู่กับที่ ขาตั้งกล้องแบบ altazimuth (ขาตั้งกล้องแบบกล้องถ่ายรูป ปรับมุมก้มเงย และแนวราบเท่านั้น) จะทำให้ท่านปวดหัวได้ไม่น้อยทีเดียว ดังนั้นขาตั้งกล้องรุ่นต่ำสุดของเรา (Equatorial 1 (EQ 1)) จะเพียงพอต่อการใช้กำลังขยายที่ 120 เท่าอย่างแน่นอน เพราะขาตั้งกล้องในระบบอิเควตอเรียลนี้ ใช้หลักการทาบแกนหมุนของกล้องกับแกนโลก ทำให้เวลาปรับกล้องดูดาวจึงปรับด้วยเฟืองมุนเพียงแค่แกนเดียว (แกนขึ้นตกของดาว rise ascension (แกน RA.))ยิ่งไปกว่านั้นขาตั้งกล้องดูดาวในทุกชุดจะแถมมอเตอร์ตามดาวในแกน RA. มาด้วย ซึ่งถ้าท่านตั้งขาตั้งกล้องดูดาวให้เหมาะสมแล้วเปิดมอร์เตอร์แล้วนั้น ท่านแทบจะไม่ต้องปรับอะไรกับกล้องดูดาวเลย ซึ่งตรงข้ามกับขาตั้งกล้องแบบ altazimuth ที่จะต้องปรับเกือบทุก 10 วินาที เพราะภาพดาวจะวิ่งออกไปเร็วมากเมื่อใช้กำลังขยายสูงๆ

 
...สุดท้ายนี้กล้องดูดาวของเราราคาเริ่มต้นที่ 16,000 บาท ราคาเท่า ๆ กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปเพียง 1 เครื่อง ที่สำคัญกล้องดูดาวเราไม่มีตกรุ่น ไม่ต้องมา upgrade อุปกรณ์ให้ทันสมัย ถ้าท่านรักษากล้องดูดาวอย่างเหมาะสม กล้องนี้สามารถใช้งานได้ตั้งแต่คุณจนถึงรุ่นหลานของคุณได้เลยทีเดียว ดังนั้นท่านสามารถซื้อประสบการณ์ซึ่งคนส่วนใหญ่ของประเทศยังไม่เคยมีได้ด้วยเงินเพียง 16,000 บาท ผมจึ้งขอยืนยันครับว่ากล้องดูดาวของเราราคายุติธรรมและคุ้มค่ากับการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ของชีวิตแน่นอน...

 


  กล้องดูดาวของ Konus ดีกว่ากล้องราคาถูกอย่างไร?

กล้องดูดาวของ Konus ได้รับการควบคุมคุณภาพเป็นอย่างดี ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบในการผลิต กระบวนการผลิต ขาตั้งกล้อง รวมถึงการจัดส่ง ซึ่งทำให้ทั่วโลกยอมรับคุณภาพของกล้องที่ผลิตโดยโคนุส ซึ่งเป็นการยืนยันว่ากล้องที่ท่านซื้อไปเป็นกล้องดูดาวซึ่งมีคุณภาพดีเป็นที่ยอมรับระดับสากล

 


  ทำไมกล้องดูดาว Konus มีกำลังขยายน้อยกว่ากล้องราคา 2-3 พันบาท?

กำลังขยายของกล้องดูดาวนั้นสามารถคำนวณได้ด้วยการนำ ความยาวโฟกัสของกล้องดูดาว หารด้วย ความยาวโฟกัสของเลนส์ใกล้ตา เช่น ความยาวโฟกัส 1000 มม. เลนส์ใกล้ตาความยาวโฟกัส 10 มม. กำลังขยาย = 1000/10=100 เท่า ยิ่งไปกว่านั้นถ้ามีบาโรวส์เลนส์ 2x ก็สามารถเพิ่มกำลังขยายไปอีกได้เลย 2 เท่า แล้วในกล้องบางตัวมี erecticle 3x ใส่เข้าไปอีก กำลังขยายสุดท้าย ล่อเข้าไป 100x 2 x 3 = 600 เท่า !!! โอ้ว พระเจ้า กล้องดูดาวขนาดเล็กสามารถทำกำลังขยายได้ขนาดนี้เชียวหรือนี่ ??? เปล่าเลย ค่า ต่างๆ เป็นค่าที่สามารถคำนวณได้เท่านั้น (จะคำนวณให้เป็น พัน ๆ เท่าก็ยังได้เลยครับ) ตัวกล้องจะไม่สามารถโฟกัสได้เลยเพราะความแม่นยำของเลนส์ในการผลิตมีคุณภาพต่ำทำให้เมื่อใส่อุปกรณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ภาพก็จะไม่สามารถโฟกัสได้ ปรับโฟกัสไปมาอย่างไรก็เบลอครับ 


• ที่สำคัญ ถ้ากล้องเหล่านั้นสามารถทำกำลังขยายได้ขนาดนั้นจริง บริษัท คลาสสิโคเวิล์ด คงจะนำเข้ามาขายไปนานแล้วครับ ของราคาถูกคุณภาพดี คงขายง่ายมันส์กระจายครับ แต่ความจริงคือ ของดีราคาถูกไม่มีในโลกครับ มีแต่ของดี ที่ราคาเหมาะสมและทำได้จริงครับ (ย้ำนะครับว่าเราทำได้จริง) ยกตัวอย่างกล้องดูดาว Konus Motor Max 90 นั้นสามารถทำกำลังขยายได้ที่ 120 เท่า ใช้ดูดาวพฤหัสได้อย่างสบาย ซึ่งกล้องบางยี่ห้อกล่าวอ้างว่าสามารถทำได้ถึง 200 เท่า นั่นอาจเป็นจริงก็ได้ครับ แต่สิ่งที่ท่านดูคือวิวตอนกลางวันที่แสงจ้าๆ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการศึกษาดาราศาสตร์แต่อย่างไร

 



 การรับประกันกล้องดูดาวของ Konus เป็นอย่างไร?

 

ในสภาพการใช้งานปกติและจัดเก็บที่ถูกต้อง กล้องดูดาวของ Konus ทุกตัวมีรับประกันที่ระยะเวลา 1 ปี โดยการซ่อมกล้องดูดาวเบื้องต้นสามารถกระทำได้ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ในประเทศไทย ในกรณีที่เราไม่สามารถซ่อมกล้องดูดาวในประเทศได้ เราจะนำอุปกรณ์สำรองที่มีอยู่ใน stock เปลี่ยนให้ท่านในทันที ส่วนกล้องดูดาวที่มีปัญหานั้นจะถูกนำส่งกลับไปที่ Italy เพื่อซ่อมบำรุงต่อไป

 


  วิธีการดูแลกล้องดูดาวที่ถูกต้องเป็นอย่างไร?

กล้องดูดาวนั้นใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก แต่ให้ยึดหลัก 3 ข้อ ดังต่อไปนี้ 
→ ไม่ตก
→ ไม่เปียก 
→ ไม่ร้อน

การใช้งานกล้องดูดาวนั้นห้ามทำตกพื้น (รวมถึงการกระแทกเนื่องจากการขนย้ายกล้อง)เพราะจะทำให้เลนส์ข้างในเคลื่อนตัวไม่เป็นระนาบเดิมที่ตั้งมาจากโรงงานและอาจทำให้คุณภาพของภาพที่ได้จากกล้องลดลงอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นเลนส์หรือกระจกภายในกล้องอาจแตกได้

ไม่เปียกนั้นคือการรักษาให้กล้องดูดาวแห้งสนิทตลอดเวลา การที่ทำให้กล้องดูดาวเปียกชื้น หรือแม้แต่ตั้งทิ้งไว้เฉยๆ ในห้องพักอาศัยจะส่งผลให้เลนส์อาจเกิดเชื้อราได้ ความชื้นหลังจากการใช้งานก็มีส่วนสำคัญยิ่ง เช่นบางครั้งท่านไปดูดาวแถวเขาใหญ่ซึ่งตอนกลางคืนนั้นจะมีน้ำค้างลงมาอย่างรุนแรงมาก เข้าขั้นว่าตอนเช้าเห็นกล้องดูดาวอาบน้ำกันเลยทีเดียว วิธีทำให้แห้งสามารถใช้ ไดเป่าผม เป่าให้แห้งจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ไม่ควรใช้ผ้าหรือทิชชูเช็ดที่เลนส์ของกล้องดูดาว ยิ่งไปกว่านั้นการเก็บกล้องดูดาวควรมีสารดูดซับความชื้นเก็บไว้กับตัวกล้องเสมอเพราะถึงแม้หน้ากล้องจะแห้งแล้ว แต่ช่องว่างในตัวกล้องซึ่งมีช่องต่อจากเลนส์ใกล้ตามาที่ตัวกล้องเป็นอีกสาเหตุนึงให้กล้องดูดาวเกิดเชื้อราขึ้นภายใน ดังนั้น ควรใส่สารดูดความชื้นไว้ในกล่องที่เก็บกล้องดูดาวเสมอ

ไม่ร้อนนั้นเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญมาก เพราะความร้อนจะค่อย ๆ ทำให้ลำตัวกล้องดูดาวเกิดการบิดเบี้ยวทีละนิ้ดมากขึ้นไปเรื่อย ๆ และทำให้ระนาบของเลนส์ที่ตั้งไว้จากโรงงานผิดเพี้ยนไป อย่างไหนที่เรียกว่าร้อนบ้าง? ยกตัวอย่างเช่น ท่านเป็นคนชอบดูดาวมากจนต้องเก็บกล้องติดไว้กับรถของท่านตลอดเวลา ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง เพราะรถของท่านอาจไปจอดในที่มีแดด ซึ่งอุณหภูมิสูงสุดภายในรถนั้นอาจขึ้นถึง 60 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

 



 กำลังขยายสูงสุดของกล้องดูดาวเป็นเท่าไร?

 

โดยทั่วไปแล้วนั้นกล้องดูดาวที่มีหน้ากล้องใหญ่ จะมีกำลังขยายสูงกว่ากล้องขนาดเล็กเสมอ เว้นแต่กล้องในระบบผสม (catadioptric) บางครั้งสามารถสร้างกำลังขยายได้ดีมากกว่ากล้องดูดาวซึ่งขนาดใหญ่กว่าถึง 2เท่า กำลังขยายที่เหมาะสมของกล้องดูดาวในการดูดาวเคราะห์และดวงจันทร์ อยู่ที่ 120 เท่าซึ่งสามารถพบได้ในกล้อง Konus Motor Max 90 แต่อย่างไรก็ตามกำลังขยายที่ส่องดวงจันทร์คืนพระจันทร์เต็มดวง พร้อมกับสภาพอากาศที่เหมาะสม อากาศนิ่งไม่มีเมฆชั้นสูงบดบัง กล้องดูดาวสามารถทำกำลังขยายได้สูงสุดถึง 180 เท่า และกลางวันจะสามารถทำกำลังขยายได้สูงกว่านี้ กำลังขยายของกล้องดูดาวไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ยกตัวอย่างเช่น กล้องดูดาวที่ใช้สำหรับส่องวัตถุท้องฟ้า (deep space object) เช่นเนบิวล่า กาแลกซี่ หรือ กระจุกดาว มักจะใช้กำลังขยายที่ค่อนข้างต่ำ เพราะกำลังขยายที่สูงจะทำให้แสงจากภาพที่เห็นลดน้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น วัตถุท้องฟ้าส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่ กำลังขยายจึงไม่มีความจำเป็น ซึ่งทำให้กล้องดูดาว Konus Motor 130 เหมาะสมกับการส่องวัตถุท้องฟ้าเป็นอย่างยิ่ง ส่วนกล้องซึ่งสามารถส่องวัตถุท้องฟ้าได้ พร้อมกับสามารถอัดกำลังขยายมาก ๆ เพื่อดูดาวเคราะห์มีในโลกหรือไม่ คำตอบคือมีครับ แต่แน่นอนว่าแพงหูฉีก 


...โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 50000 บาท ที่ต่างประเทศโดยยังไม่รวมค่าจัดส่งอีกประมาณ 20000 และภาษีอีก โดยกล้องที่ได้มาเป็นเพียงตัวกล้องเปล่าๆ เท่านั้น ไม่มีกล้องเล็ง และขาตั้งกล้องมาให้ ที่สำคัญขนาดหน้ากล้องใหญ่กว่ากล้อง Konus Motor 130 แค่ 1 นิ้วเท่านั้น

 


  สามารถสั่งซื้อกล้องได้อย่างไร?

ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดได้กับ คุณติ๋ง 081-316-4909 รวมถึงวิธีการชำระเงิน หรือนัดดูสินค้าได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าท่านเกิดแวะผ่านไปที่ท้องฟ้าจำลอง ท่านสามารถแวะเข้าไปดูที่ร้าน spectrum (ข้างสมาคมดาราศาสตร์ไทย) ซึ่งอยู่ที่ชั้น 1 อาคารวิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ 11 ชั้น ท่านสามารถโทรสอบถามสินค้าว่ามีพร้อมให้ท่านเข้าไปดูหรือไม่หรืออาคาร 11 ชั้นอยู่ที่ไดได้กับ คุณมยุรี 081-907-7662

 


  อยากจะไปดูกล้องดูดาวตัวอย่าง จะไปดูได้ที่ไหน?

ท่านสามารถเข้าไปดูกล้องตัวอย่างได้ที่ 

Show Room
สาขาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
เจ้าคุณทหารลาดกระบัง
(จ.-ศ. 09:00 น. ถึง 18:00 น.)


หมายเหตุ
 ท่านสามารถติดต่อ คุณพรพรรณ 081-316-4909,087-514-8158  หรือ คุณสุรกิจ 086-855-8573 เพื่อนัดดูสินค้าตามเวลาที่ท่านสะดวก

เดินทางไปยังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังซึ่งอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิตามแผนที่


 

  จัดส่งกล้องอย่างไร?

หากท่านไม่สะดวกที่จะเดินทางมาดูสินค้าหรือรับสินค้า เราสามารถจัดส่งกล้องดูดาวด้วย EMS โดยเราได้ประกันมูลค่าความเสียหายไว้เรียบร้อย ซึ่งถ้าสินค้าที่ไปถึงมือท่านเกิดความเสียหาย เราจะทำการเปลี่ยนให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น

 


  บริษัท คลาสสิโคเวิล์ด มีบริการหลังการขายอย่างไรบ้าง?

เรามีบริการแนะนำวิธีการติดตั้งกล้องดูดาว วิธีการเซตกล้องดูดาว รวมถึงความรู้ในการดูดาวเคราะห์เบื้องต้นโดยทีมงานที่มีประสบการณ์

 


  อยากเอาภาพดาวที่ถ่ายไว้เองขึ้นเวปของ Classico World บ้าง ต้องทำอย่างไร?

ท่านสามารถนำภาพดาวที่ท่านถ่ายไว้เองมาขึ้นเวปของเราได้ ที่นี่ เพียงท่านกรอกรายละเอียดดังต่อไปนี้

• ชื่อภาพ 
• ชื่อผู้ถ่ายภาพ 
• ใช้กล้องดูดาวอะไรในการถ่ายภาพ (ในกรณีใช้เลนส์ของกล้องถ่ายรูปให้ระบุรุ่นและยี่ห้อของเลนส์) 
• f ratio ของกล้องที่ถ่าย 
• ใช้เลนส์บาโรวส์ ของใครและกำลังกี่เท่า 
• ความยาวโฟกัสสุดท้าย หลังจากที่ประกอบเลนส์บาโรวส์เข้าไป 
• ขนาดเลนส์ใกล้ตา 
• กำลังขยาย 
• ฟิลเตอร์ที่ใช้ในการถ่ายภาพ 
• อุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพ เช่นกล้อง compact, SLR, DSLR, CCD camera, webcam ฯลฯ 
• จำนวนภาพที่ถ่าย ก่อนจะรวมเป็นภาพที่ส่งมา 
• ระยะเวลาในการถ่ายภาพแต่ละภาพ 
• โปรแกรมที่ใช้ในการปรับปรุงภาพ เช่น Registax, Photoshop ฯลฯ 
• ขาตั้งกล้อง 
• สถานที่ 
• เวลา 
• วันที่ 
• สภาพอากาศ (ฟ้าใสที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในชีวิต = 10 คะแนน, พอมองได้ = 5 คะแนน, มองแทบไม่เห็นอะไรเลย มี แต่เมฆ = 1) 
• ความเร็วอากาศ (ภาพก่อนถ่ายจะเห็นเป็นริ้ว ๆ กระเพื่อม ๆ = มาก, ถ้าไม่มี การกระเพื่อมเลย = น้อย) 
• ความชื้น (ช่วงเย็น ๆ จะมีค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะหลังฝนตก = มาก, ถ้าถ่ายภาพตอนเช้า ที่อากาศแห้ง เช่นในฤดูหนาว = น้อย) 
• แสงรบกวน (อยู่ท่ามกลางตัวเมือง = มาก, อยู่ชานเมือง = ปานกลาง, อยู่กลางป่าเขา เช่นเขาใหญ่ = น้อยมาก) 
• เมฆ (ต้องสังเกตุดี ๆ ครับ บางทีไม่เห็นมีก้อนเมฆ แต่พอส่องกล้องไปพบเมฆบาง ๆ ลอย ผ่านหน้า ก็มี) ถ้ามีเมฆเต็มท้องฟ้าต้องหารูของเมฆเพื่อถ่ายภาพ = มาก, ฟ้าใสแต่มีเมฆบาง ๆ ปกคลุมอยู่ชั้นบรรยากาศสูง ๆ = ปานกลาง, ใสปิ้ง ไม่มีเมฆซักนิ้ดเลย = น้อย ลองดูสภาพอากาศแล้วกดโหมด WVP ของกรมอุตุฯ ดูนะครับว่ามีเมฆชั้นบนมากน้อยแค่ไหน 

 

 


Copyright © 2011 by Classico World Co., Ltd.
Engine by MAKEWEBEASY